ทำสาวกาแฟ 2 ปี ลูกดกเต็มต้น
สวนกาแฟที่มีต้นกาแฟอายุตั้งแต่ 8-10 ปีขึ้นไป จะมีแนวโน้มในการให้ผลผลิตลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของทรงพุ่ม ลำต้นกาแฟมีความสูงมากกว่า 2 เมตรขึ้นไป การนำธาตุอาหารที่ได้จากการใส่ปุ๋ยไปใช้เพื่อการพัฒนาเจริญของผลกาแฟจึงมีประสิทธิภาพต่ำ
ประกอบกับสภาวะภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานมากเมื่อช่วงต้นปี 2548 ส่งผลให้ต้นกาแฟมีสภาพทรุดโทรม ต้นกาแฟทิ้งใบเหลือแต่กิ่งก้าน การติดดอก ติดผลของต้นกาแฟมีน้อย ส่งผลถึงผลผลิตที่จะได้ในฤดูการผลิตหน้า ดังนั้นนับเป็นโอกาสอันดีที่เกษตรกรชาวสวนกาแฟจะได้เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ทำการฟื้นฟูสวนกาแฟ ด้วยการตัดต้นทำสาวกาแฟ (Rejuvenation)
ประโยชน์ของการตัดทำสาวต้นกาแฟ ช่วยให้ต้นกาแฟฟื้นคืนความสมบูรณ์ของสภาพต้นและให้ผลผลิตสูงดังเดิม ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี โดยไม่ต้องเสียเวลาทำการปลูกใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง3-4 ปี ในขณะที่ต้นกาแฟจะมีทรงพุ่มและความสูงที่เหมาะสม ทำให้ต้นกาแฟสามารถนำปุ๋ยไปใช้เพื่อการเจริญพัฒนาทางลำต้น การออกดอกติดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
มีความสะดวกและลดเวลาในการเก็บเกี่ยวและการบำรุงดูแลรักษา เนื่องจากความสูงของลำต้นกาแฟมีความเหมาะสม ทำให้ต้นทุนค่าแรงงานลดลง ที่สำคัญช่วยลดปัญหาการระบาดและสะสมของโรคและแมลงศัตรูในสวนกาแฟ และชาวสวนสามารถคัดเลือกกาแฟที่มีลักษณะพันธุ์ดีมาทำการเสียบยอดเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตในสวนกาแฟได้อีกด้วย
สำหรับขั้นตอนในการตัดต้นทำสาวกาแฟ จะเริ่มด้วยการใช้เลื่อยตัดลำต้นหลักของกาแฟให้เป็นมุมเฉียง เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณแผลที่ตัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ให้มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 30-40 เซนติเมตร จากนั้นทาด้วยยากันเชื้อรา ปูนขาวหรือปูนแดง บำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของดิน เมื่อเริ่มแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาเลือกเอากิ่งแขนงหลักที่สมบูรณ์ไว้ 3-4 กิ่ง เพื่อให้เป็นลำต้นใหม่ กิ่งที่เลือกเอาไว้ไม่ควรเบียดชิดกัน หลังจากการตัดทำสาว 2 ปี ต้นกาแฟจะกลับมาให้ผลผลิตสูงดังเดิม
อย่างที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ บ้านหนองห้า อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพื้นที่แนวชายแดนประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณดอยยอดห้วยน้ำลาว บ้านเย้าหนองห้า ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 ที่ผ่านมา
ทรงพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นพื้นที่กว้าง บางส่วนของพื้นที่ปลูกพืชเสพติดและยังเกิดปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ขึ้นโดยนำชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ที่เคยขอพระราชทานความช่วยเหลือเรื่องที่ทำกินเข้ามาอาศัยและช่วยฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณบ้านหนองห้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตโดยจัดสรรพื้นที่ให้กับราษฎรเพื่อปลูกข้าวไว้บริโภคครอบครัวละประมาณ 4 ไร่ ทำนาแบบขั้นบันได และส่งเสริมให้ราษฎรได้เรียนรู้การทำเกษตรที่ถูกวิธี ในหลากหลายชนิดพืชหนึ่งในนั้นก็มีกาแฟที่ปลูกแบบผสมผสานภายใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่
ล่าสุด นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโครง การ พบว่าได้มีการนำเทคนิคในการเพาะปลูกหลากหลายรูปแบบมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรหนึ่งในนั้นก็คือการทำสาวกาแฟ
ด้วยกาแฟที่ปลูกในพื้นที่โครงการและของเกษตรกรมีอายุหลายปี สภาพเริ่มโทรม ให้ผลผลิตน้อย จึงได้มีการนำเทคนิคการทำสาวกาแฟมาถ่ายทอดให้เกษตรกร เพื่อลดเวลาในการปลูกใหม่ ทำให้ผลผลิตกาแฟในปัจจุบันมีออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
Cr.dailynews.co.th

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น