ฟักทองญี่ปุ่น ปลูกได้ทั่วไป

ฟักทองญี่ปุ่น ปลูกได้ทั่วไป

   ฟักทองญี่ปุ่น มีถิ่นกำเนิดแถบอเมริกากลาง ภาคเหนือของเม็กซิโก และภาคตะวันตกของอเมริกาเหนือ อยู่ในพืชตระกูลแตง ปลูกกันแพร่หลายในเขตร้อนและเขตแห้งแล้ง เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาเลื้อยตามพื้นดิน ยาว 20-30 ฟุต

 ลำต้นแข็ง เป็นเหลี่ยม มีร่องยาว ใบเป็นรูปห้าเหลี่ยมขนาดใหญ่ ขอบใบหยักลึก มีขนปกคลุม เนื้อใบหยาบ ก้านใบและดอกมีขนาดเล็ก ผลมีสีเขียว รูปทรงกลมค่อนข้างแบน เนื้อแน่นแข็ง ฟักทองอ่อนเนื้อสีเหลือง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม รสเข้ม เมล็ดแบนรี สีขาวนวล อายุเก็บเกี่ยวหลังจากย้ายปลูก ประมาณ 110 วัน

   เป็นฟักทองที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น มีความชื้นพอเพียง สามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่มีความสูงตั้งแต่ 600 ถึง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
อุณหภูมิที่เหมาะสม โดยทั่วไปอยู่ที่ระหว่าง 21.1-35.0  ํc ในขณะที่อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 18-24 ํc ดินควรเป็นดินร่วนซุย มีความสมบูรณ์ หน้าดินลึก และระบายน้ำได้ดี การเตรียมดินปลูกควรโรยปูนขาวในอัตรา 0-100 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ขุดดินตากแดดประมาณ 14 วัน เก็บเศษวัชพืชออกให้สะอาด

   จากนั้นขึ้นแปลง สูงประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้าง 3 เมตร ขุดหลุมกว้าง 80 และลึก 30 เซนติเมตร ห่างกันหลุมละ 100 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 3 เมตร คลุกปุ๋ยคอกอัตรา 1 กิโลกรัมต่อ 1 ต้น กลบดินให้เข้ากัน กลบดินเต็มหลุม รดน้ำในหลุมให้ชุ่ม แล้วย้ายต้นกล้ามาปลูก โดยต้นกล้าควรมีใบเลี้ยงงอก หรือที่มีอายุ 6-8 วันหลังเพาะ โดยไม่ต้องรอใบจริง ที่สำคัญไม่ควรย้ายกล้าเมื่ออายุต้นแก่เกินไป คือไม่ควรเกิน 10 วันหลังเพาะ

   ทำค้างพิจารณาการรบกวนของศัตรูพืช เช่นหนูที่อาจจะเข้ามากัดกินผลได้ โดยการทำค้างสูงจากพื้นดินประมาณ 1-1.50 เมตร เมื่อเริ่มออกลูกให้ตัดแต่งผล เหลือไว้ 1 ลูกต่อ 1 กิ่ง เพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์และขนาดตามที่ตลาดต้องการ

   การเก็บผลควรตรวจดูให้ละเอียดว่ามีรอยแผลแมลงเจาะแล้ววางไข่ไว้หรือไม่ ซึ่งต้องหมั่นสังเกตตั้งแต่ผลยังเล็ก จากนั้นใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มผลไว้เพื่อป้องกันแมลงเจาะวางไข่

   กรณีปลูกแบบเลื้อยไปตามแนวราบของพื้นที่ ควรใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองผลและห่อผลเพื่อป้องกันแมลงวันทองและป้องกันสีผิวของผลเสีย สามารถเก็บเกี่ยวได้ เมื่ออายุ 105-120 วัน หรือผิวผลมีสีเข้มมันแข็งแรง ขั้วผลจะเป็นสีน้ำตาล และขนาดเล็กลง ด้วยการใช้มีดหรือกรรไกรตัดขั้ว จากนั้นล้างทำความสะอาดผลและทาปูนแดงที่ขั้วแล้วนำไปผึ่งไว้ในโรงเรือน

   สำหรับการปลูกฟักทองญี่ปุ่นในฤดูแล้ง ข้อควรระวังคือเรื่องของเพลี้ยไฟที่เข้าทำลายในระยะต้นกล้าไปจนถึงระยะการเจริญเติบโตในระยะแรก โดยในระยะต้นกล้าที่ 6-8 วัน มักจะปรากฏเพลี้ยไฟ และแมลงหวี่ขาวเข้าทำลาย ในระยะย้ายต้นกล้าลงแปลงไปจนเจริญเติบโตประมาณ 8-20 วัน โรคราแป้ง โรคไวรัส เพลี้ยไฟ และแมลงหวี่ขาว มักเข้าทำลาย ระยะติดผลช่วง 40-80 วันหลังปลูก มักจะมีโรคราแป้ง โรคไวรัส เพลี้ยไฟ แมลงวันแตง และแมลงหวี่ขาว เข้าทำลาย ระยะโตเต็มที่หลังปลูกประมาณ 105-110 วัน มักปรากฏโรคราแป้ง โรคไวรัส เพลี้ยไฟ แมลงวันแตง และแมลงหวี่ขาวเข้าทำลาย

   ฟักทองญี่ปุ่น ที่ตั้งแต่ยอดอ่อน ดอก ผล และเนื้อที่อยู่ในเมล็ด สามารถรับประทานได้ สำหรับเนื้อฟักทองญี่ปุ่นที่ดี จะต้องแน่นและเหนียว สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงเลียง ผัด แกงเผ็ด ต้มจิ้มน้ำพริก หรือต้มน้ำตาลคลุกงา ผสมเกลือป่นเล็กน้อย รับประทานคล้ายขนมหวาน ทำฟักทองแกงบวด สังขยาฟักทอง ฟักทองเชื่อม ดอกฟักทอง ส่วนยอดนำมาแกงส้ม หรือลวกจิ้มน้ำพริก เมล็ดฟักทองญี่ปุ่นนำมาอบแห้ง กินเนื้อข้างใน

   มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ขณะที่เมล็ดฟักทองจะช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโต ป้องกันและรักษาโรคนิ่ว ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

Cr.dailynews.co.th

ความคิดเห็น